คำตอบสั้นๆ: ถ้ามิเตอร์บ้านคุณเป็น 30(100)A อยู่แล้ว → เดิน “วงจร 1” จากตู้ไฟในบ้านได้เลย จบเร็ว ใช้ได้ทันที แต่ถ้ามิเตอร์เป็น 15(45)A แบบบ้านส่วนใหญ่ → ต้องเดิน “วงจร 2” แยกใหม่จากมิเตอร์ และขอเพิ่มขนาดมิเตอร์กับการไฟฟ้า
วงจร 1 คืออะไร
การดึงสายไฟสำหรับเครื่องชาร์จ EV ออกจากตู้ควบคุมไฟ (ตู้เมน) ภายในบ้าน ไปยังจุดติดตั้งเครื่องชาร์จ
- ใช้ได้เมื่อมิเตอร์มีขนาด 30(100)A และตรวจสอบแล้วว่าระบบไฟเดิมรองรับได้ปลอดภัย
- ติดตั้งเสร็จใช้งานได้เลย ไม่ต้องรอการไฟฟ้า
- ค่าเดินวงจร 1 (1 เฟส) เริ่มต้นประมาณ 10,500–12,000 บาท (อุปกรณ์ มอก.–ABB)
วงจร 2 คืออะไร
การเดินวงจรใหม่แยกต่างหาก จากบริเวณมิเตอร์หน้าบ้านตรงไปยังจุดติดตั้งเครื่องชาร์จ ไม่ผ่านตู้ไฟเดิมในบ้าน
- จำเป็นเมื่อมิเตอร์เดิมขนาด 15(45)A ซึ่งไม่พอสำหรับโหลดเครื่องชาร์จ
- ต้องยื่นขอเพิ่มขนาดมิเตอร์เป็น 30(100)A กับการไฟฟ้า (มาตรฐานที่การไฟฟ้ากำหนดสำหรับ EV Charger)
- ค่าเดินวงจร 2 (1 เฟส) เริ่มต้นประมาณ 13,500–15,000 บาท (อุปกรณ์ มอก.–ABB)
- ระยะสายเกิน 20 เมตร คิดเพิ่มประมาณเมตรละ 350 บาท พร้อมอุปกรณ์ร้อยสาย
ขั้นตอนหลังติดตั้งวงจร 2
- ติดตั้งระบบ EV Charger ให้เรียบร้อย
- แจ้งการไฟฟ้าเข้าตรวจวงจร (ใช้เวลา 7–30 วัน แล้วแต่เขต)
- ตรวจผ่านแล้ว การไฟฟ้าเข้าเปลี่ยนขนาดมิเตอร์
- พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล EV Pro Solutions ดำเนินเรื่องการไฟฟ้าให้ฟรี (ค่ามิเตอร์ชำระตามอัตราการไฟฟ้า)
คำถามที่พบบ่อย
รู้ได้อย่างไรว่าบ้านเราต้องใช้วงจรไหน?
ดูตัวเลขบนหน้ามิเตอร์ไฟหน้าบ้าน — เขียนว่า 15(45) คือส่วนใหญ่ต้องวงจร 2 / เขียนว่า 30(100) มีโอกาสใช้วงจร 1 ได้ ถ่ายรูปมิเตอร์ + ตู้ไฟในบ้านส่งมาทาง LINE @evprosolutions ประเมินให้ฟรี
ใช้อุปกรณ์อะไรในการเดินวงจร?
สายไฟ Thai Yazaki 16 sq.mm., Consumer Unit พร้อม RCCB Type A (กันไฟรั่วไฟดูดสำหรับ EV โดยเฉพาะ), Circuit Breaker, แท่งกราวด์ และท่อ uPVC — เลือกเกรด มอก. หรือ ABB ได้ รับประกันงานติดตั้ง 2 ปีโดยวิศวกรมีใบรับรอง
ปรึกษาฟรี: Hotline 092-995-1666 | LINE @evprosolutions | ขอใบเสนอราคาเครื่องบ้าน

